จันทร์, 29 พฤศจิกายน 2004
...หมานคร ผลงานเรื่องที่สองของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (ฟ้าทะลายโจร) เป็นภาพยนตร์แนวรักตลกเหนือจริง เรื่องราวของผู้คนตัวเล็ก ๆ ในกรุงเทพมหานคร และการดิ้นรนค้นหาความสุข ท่ามกลางโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โลกที่อุดมไปด้วยความฝันแต่แห้งแล้งความรักและความเข้าใจ
...หมานคร เป็น หนังรักรื่นรมย์ อารมณ์ดี ประหลาดโลก คือ คำจำกัดความที่ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง มีถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ของเขา

เรื่องย่อ
...ป๊อด เป็นชายผู้ไม่มีความฝัน เขาเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานเป็นคนงานในโรงงานปลากระป๋องที่กรุงเทพฯ วันหนึ่งเขาเผลอตัดนิ้วตัวเองใส่ไปในกระป๋อง ป๊อดเที่ยวตามหานิ้วของเขาไปทั่วทุกห้างสรรพสินค้าจนพบ ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานไปเป็น รปภ. ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ที่นี่เองเขาได้พบกับจิน


...จิน เป็นแม่บ้านทำความสะอาดที่ชอบถูพื้นเป็นชีวิตจิตใจ ป๊อดแอบชอบจินและสังเกตว่า นอกจากชอบถูพื้นแล้ว จินยังชอบถือหนังสือปกสีขาวเล่มเล็กๆ ที่เธออ่านไม่ออกติดตัวตลอดเวลา จินต่างกับป๊อด เพราะจินมีความฝัน เธอฝันว่าวันหนึ่งเธอจะอ่านหนังสือเล่มนั้นออก และชีวิตของเธอก็จะเปลี่ยนไป ป๊อดพยายามเอาใจจินด้วยการลาออกไปขับแท๊กซี่ เพื่อจะได้มีรถมารับส่งจินทุกวัน แต่จินก็ไม่เคยสนใจป๊อดเลย เพราะจินเอาแต่วิ่งไล่ตามความฝัน


...จนวันหนึ่งชีวิตของจินก็เปลี่ยนไปจริง ๆ เมื่อจินได้พบกับ ปีเตอร์ ฝรั่งนักประท้วงเพื่อสิ่งแวดล้อม จินสนใจปีเตอร์เพราะเขามีหนังสือปกสีขาวเล่มเดียวกับเธอ ด้วยความอยากรู้ความหมายในหนังสือเล่มนั้นทำให้จินลาออกจากงานไปตามหาปีเตอร์ และกลายเป็นพวกประท้วงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย จินยังเที่ยวเก็บพลาสติกที่ใช้แล้วมาเก็บไว้ในบ้าน จนมันกลายเป็นภูเขาพลาสติกลูกใหญ่มหึมา ป๊อดเศร้าใจที่จินเปลี่ยนไป แต่ป๊อดก็ยังรักจิน และมารอจินที่ภูเขาพลาสติกทุกวัน แต่จินก็ไม่เคยกลับมาเลย
...และแล้วหลังจากตามหามานาน จินก็ได้พบกับปีเตอร์อีกครั้ง และได้รู้ความจริงในหนังสือปกสีขาวที่ทำให้ความฝันของเธอต้องพังทลายลง... ด้วยความผิดหวัง จินเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างรวดเร็ว และหนีหายไปจากชีวิตป๊อด โดยบอกป๊อดแต่เพียงว่า จินอยากอยู่ห่าง ๆ ป๊อดสักพัก ป๊อดจึงกลับบ้านนอกไปด้วยความเศร้าใจ แต่ในที่สุด ป๊อดก็ทนคิดถึงจินไม่ไหว ป๊อดจึงตัดสินใจกลับมาตามหาจินที่กรุงเทพฯ เพื่อจะบอกจินว่า...
จินจะไม่รักป๊อดก็ได้ แต่อย่าให้ป๊อดอยู่ห่าง ๆ จินอีกเลย เพราะมันทำให้ป๊อดยิ่งคิดถึงจินมากขึ้น
...ความรักของป๊อดจะเป็นอย่างไรต่อไป และจินจะค้นพบสิ่งที่เธอพยายามตามหาหรือไม่ หาคำตอบได้ใน หมานคร ภาพยนตร์รักงดงามประหลาดโลกเรื่องนี้

บันทึกย่อผู้กำกับ
...เคยมีคำถามว่า ศิลปโมเดิร์นแบบไทย หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะทุกวันนี้เวลาที่เราจะทำงานศิลปะให้ดูทันสมัย ไม่ว่าภาพยนตร์หรือดนตรี มักจะต้องพยายามทำให้ออกมาดูเป็นตะวันตกมากที่สุด จนแทบจะจำกัดความได้ว่า ความเป็นไทย คือ เชย และความเป็นตะวันตก คือ ทันสมัย
...ภาพยนตร์เรื่อง หมานคร ( Citizen dog ) เป็นความพยายามในการทดลองว่า ความทันสมัยแบบไทย แบบที่มาจากรากเหง้าของเราเอง ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อไหร่เราถึงจะมีสไตล์เป็นของตัวเราเองโดยไม่ต้องพึ่งพารูปแบบของตะวันตก เมื่อไหร่เราถึงจะภูมิใจในความเป็นไทยได้โดยไม่อายใคร เวลาที่เราไปยืนบนแผนที่โลกของภาพยนตร์ด้วยหน้าตาของเราเอง ไม่ต้องมีหน้าตาเหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแบบทุกวันนี้
...เราอาจจะไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยภาพยนตร์เรื่องเดียว แต่อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มต้นทดลอง เริ่มต้นที่จะคิดค้นหารูปแบบ มันอาจจะไม่สำเร็จภายในระยะเวลาอันใกล้ แต่ถ้าคนไทยทุกคนช่วยกันคิดค้นโดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านศิลปะ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างสไตล์ของเราขึ้นมาเองได้ เหมือนที่ญี่ปุ่นทำสำเร็จมาแล้ว ทุกวันนี้ญี่ปุ่นมีสไตล์โมเดิร์นที่เป็นของตัวเอง และกำลังแผ่อิทธิพลไปสู่ตะวันตกอย่างน่าภาคภูมิใจ
...ผมเชื่อว่าคนไทยทำได้ ถ้าทุกคนช่วยกันคิด และเอาจริงกับมัน

บางถ้อยคำของวิศิษฎ์กับหนังรักงดงาม ประหลาดโลก
"มีไหม ความโมเดิร์นแบบไทย หมานคร...ชีวิตของคนเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครนำมาเป็นพระเอก นางเอก"
"ส่วนใหญ่คำถามแรกเริ่มเลย พอคนรู้ว่าจะเอา หมานคร มาทำเป็นหนัง จะถามว่ามันเป็นหนังได้ด้วยเหรอ คือว่ามันมีแต่เรื่องของความเหนือจริง มันไม่ได้มีอะไรเลยที่เป็นจริง แต่เรากลับรู้สึกว่าในความเหนือจริงมันมีอะไรที่จะสะท้อนความเป็นจริงได้มากกว่าหนังที่เป็น realistic"
"ผมชอบเรื่องนี้ เรื่องเกี่ยวกับคนกรุงเทพที่ต้องผจญชีวิตในกทม. คนตัวเล็ก ๆ คนต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ เหมือนหมาในเมือง มันก็เลยเป็นคำว่าหมานคร หรือหมาเมืองมากกว่า แล้วก็ล้อ ๆ สังคมนิดหน่อย แต่ความหมายจริง ซิตี้เซน ด็อก คือ ประชาชนชั้นล่าง"
"เป็นหนังรัก ที่ดูแล้วรื่นรมย์ ไม่ใช่หนังแบบ บ้า ๆ บอ ๆ จริง ๆ มันก็คือ คอมเมดี้ แต่วิธีการนำเสนอมันไม่ปกติเท่านั้นเอง มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ เพราะว่าถ้าไปสร้างคำใหม่ ๆ แล้วมันจะยิ่งงง มันคือรักคอเมดี้ อีกแบบ ที่อยากนำเสนอ"
"สิ่งที่อยากได้มากที่สุดจากการกำกับภาพยนตร์ เรื่องนี้คือ ให้คนดูได้ความบันเทิงแบบไทย ๆ ในอีกรูปแบบหนึ่ง"
"กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีศูนย์การค้า เกินความจำเป็น ขาดแคลนสวนสาธารณะ ล้นไปด้วยขยะพลาสติก รถติด มลภาวะเป็นพิษ เด็กอาชีวะ น่ากลัว แต่กรุงเทพฯ ก็ยังมีผู้คนมากมายจากต่างจังหวัดเข้ามาอาศัย มาวิ่งไล่ตามความฝันบ้างสมหวัง และบ้างก็ผิดหวัง"

เกี่ยวกับงานสร้าง
...ภาพยนตร์เรื่อง "หมานคร" (Citizen Dog) อำนวยการสร้างโดย บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ที่เปิดโอกาสให้ผู้กำกับทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ มาร่วมสร้างสรรค์งานภาพยนตร์ระดับคุณภาพออกสู่วงการตลอดมา เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ เรื่องที่สอง ของวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ต่อจากเรื่อง ฟ้าทะลาย โจร ที่ประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับวงการภาพยนตร์ในฐานะภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ได้รับการเสนอชื่อ เข้าประกวดในเทศกาลหนังที่เมืองคานส์ แม้จะไม่ได้รับรางวัล จากเมืองคานส์ แต่ก็นับได้ว่า ฟ้าทะลายโจร ได้ทำให้วงการภาพยนตร์ระดับโลก ได้รู้จักภาพยนตร์ไทยมากขึ้น และฟ้าทะลายโจร ก็ได้รับรางวัล Dragon & Tiger award จาก Vancuvor Film Festival , Canada ในปี 2000
...หมานคร เป็นภาพยนตร์ ที่บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ภาคภูมิใจเสนอ อำนวยการผลิตโดย บริษัท ฟิล์ม แฟคตอรี่ โปรดักชั่นเฮ้าส์ชื่อดัง ซึ่งสร้างสรรค์ ผลงานโฆษณา โดนใจผู้ชมมามากมาย
...หมานคร ดัดแปลงจากนวนิยายขนาดสั้นชื่อเดียวกันของ ศิริพรรณ เตชจินดาวงศ์ (ในนามปากกา "คอยนุช")
...เป็นเอก รัตนเรือง ให้คำจำกัดความถึงหนังสือเล่มนี้ว่า "เซอร์ครับท่านผู้ชม...เซอร์จริง ๆ...เซอร์แตก"
...และวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ บอกว่า "นวนิยายขนาดสั้น (หรือเรื่องสั้นขนาดยาว) ที่ผมอ่านแล้ววางไม่ลง เพราะมันทั้งสนุก เสียดสี มีอารมณ์ขันแบบBlack Comedy และมีจินตนาการที่เหลือกินเหลือเชื่อ ผมไม่รู้ว่า จะจัด หมานคร ของคอยนุช ไว้ในวรรณกรรม ประเภทไหนดี"

"หมานคร เป็นหนังรักงดงาม ประหลาดโลก" วิศิษฏ์ แจง
"หนังเรื่องนี้ ผมเขียนบทเอง ก่อนที่จะเป็นหนังสือนั้นมาจากบทก่อน ซึ่งมันมาจากความคิดดั้งเดิมของผมที่อยากจะทำหนัง เกี่ยวกับคนที่ต้องผจญชีวิตในกรุงเทพฯ เรื่องคนตัวเล็ก ๆ คนต่างจังหวัด ชื่อมันก็มาจากคอนเซ็ปต์นี้ ที่คนสมัยก่อนที่เข้ามาอยู่ในเมืองกรุง เป็นเหมือนหมาในเมืองเราเป็นได้แค่คนตัวเล็ก ๆ ที่เขาจะตบเราไปทางไหนเราก็ไป มันก็เลยเป็นคำว่าหมานคร หรือหมาเมือง แล้วก็ล้อ ๆ สังคมนิดหน่อย แต่ความหมายจริง ๆ ของ ซิตี้เซน ด็อก คือประชาชนชั้นล่างมี ป๊อด ชายหนุ่มจากต่างจังหวัด ที่ไม่ได้มีความฝันอะไรมากมาย ทำทุกอย่าง เพื่อคนที่รัก คือ จิน หญิงสาว ที่วิ่งไล่ตามหาความฝันอยู่ตลอดเวลาเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนี้"
...จากนั้น เขาก็นำโปรเจ็คต์มาเสนอที่ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น และได้รับอนุมัติงบประมาณทั้งงานสร้าง และงานโฆษณาประชาสัมพันธ์กว่า 60 ล้านบาท จากเจริญ เอี่ยมพึ่งพร ในชั้นต้น เขาวางตัว ป๊อด ธนชัย อุชชิน นักร้องนำวง โมเดิร์น ด็อก และ จินตหรา พูนลาภ ไว้
"คือ ตัวละครจะชื่อว่าป๊อด ตอนแรกจะชื่อเรื่อง โมเดิร์น ด๊อก แล้วจะใช้เพลง 'ก่อน' ของวง โมเดิร์นด๊อก เพราะรู้สึกว่ามันสะท้อนคอนเซ็ปต์อารมณ์รักของเรื่องนี้ได้ แรกสุดเราอยากได้ป๊อด และจินตหรา พูนลาภ มาเล่น อยากจับ 2 คนนี้มาชนกัน ป๊อดเขาก็มีคาแรคเตอร์แบบของเขาซึ่งมันเหมาะกับหนังแนวนี้ แต่สุดท้ายติดเงื่อนไขบางอย่างเลยต้องมาแคสติ้งหาคนใหม่กันเลย"
...โดย สุมาภรณ์ สุทธิศรีศิลป หรือ จิ๋ม โมเดลลิ่ง มาช่วยคัดเลือกตัวแสดงให้ และเขาก็ได้ จีน มหาสมุทร บุญยรักษ์ เด็กหนุ่มนักเรียนนอกจาก London College of Printing ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีผลงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณามาบ้างรวมไปถึงการเป็นนักดนตรี ที่เคยทำเพลงออกขายเองในงาน Fat Festival มารับบท ป๊อด

...จีน กล่าวถึงเหตุผลการก้าวเข้ามาสู่วงการภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาว่า "เคยดูฟ้าทะลายโจร แล้วชอบมาก พี่วิศิษฏ์ เขาเป็นผู้กำกับที่ไม่ธรรมดา เป็นหนังที่ มีสไตล์ มีความโดดเด่นในหลาย ๆ ด้าน แค่เห็นชื่อว่ามีพี่วิศิษฏ์ กำกับก็อยากกระโดดมาเล่นอยู่แล้ว โดยไม่ต้องคุยอะไรกันมาก"
"ก่อนเข้าฉาก ก็ได้ไปเรียนการแสดงอยู่สามวัน กับ ครูเล็ก ภัทราวดี ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น ถึงการใช้เสียงในการแสดง พี่วิศิษฏ์ ไม่อยากให้เรียนมาก ให้เล่นแบบสบาย ๆ พอมาเล่นแล้วก็ชอบครับ เพราะบท ป๊อด มันดูเป็นธรรมชาติ ไม่ขัดกับตัวผมเท่าไหร่ ไม่เหมือนพระเอกบางเรื่องที่ต้องดูเป็นเหมือนฮีโร่ ต้องเก่งไปหมดทุกอย่าง เวลาทำงานก็เหนื่อยครับ แต่ก็สนุกดี ได้ประสบการณ์การทำงานในกองถ่าย ที่ไม่สามารถหาได้จากตำรา"
...ส่วนนักแสดงที่มาสวมบท จิน ก็ได้ จี๊ด แสงทอง เกตุอู่ทอง นางแบบสาว วัย 22 ปี ที่มีผลงานทั้งเดินแบบและถ่ายแฟชั่นติดอันดับ Top Model ของประเทศโดดเข้ามาร่วมงานด้วยเป็นเรื่องแรกในชีวิตการแสดงของเธอ
"ที่ตัดสินใจเล่นเพราะอยากได้ประสบการณ์ในการเป็นนักแสดงค่ะ แล้วก็ชอบบท ชอบแนวหนังพี่วิศิษฏ์ ตั้งแต่ตอนที่พี่เขาทำเรื่อง ฟ้าทะลายโจรแล้ว มันมีสไตล์ ตอนแรกได้อ่านบทจากหนังสือก่อน แล้วก็ได้ฟังการอธิบายบทอย่างคร่าว ๆ เราก็คิดว่ามันน่าสนใจดี ตลก ๆ ตัวเองก็เป็นคนเปิ่น ๆ บ้า ๆ อยู่แล้วด้วย"
"เล่นเรื่องนี้เหมือนไม่ได้แสดงอะไรเลย เป็นตัวเราเอง และก็ไม่เหมือนการมาทำงานเลย คือนั่ง ๆ อยู่ อ้าว ถ่ายเสร็จแล้วเหรอ" จี๊ด เล่าถึงการทำงาน
"หนังเรื่องนี้ให้อะไรกับคนดูเยอะมาก ต้องไปดู คือสอนให้มีความมุ่งมั่น พยายาม มีความฝันและทำมันให้ได้ ถ้าสอนผู้ใหญ่ จะเป็นในด้านการแบ่งชั้นวรรณะในสังคม การมองคนอื่นว่าอย่ามองเพียงรูปภายนอก"

...หมานคร เป็นภาพยนตร์ที่อำนวยการผลิตในนาม ฟิล์ม แฟคตอรี่ (The Film Factory) โปรดักชั่นเฮาส์ชื่อดัง ที่ฝากผลงานโฆษณามามากมาย เรื่องที่เป็นผลงานการกำกับของวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ก็มีอาทิ แรงเยอร์ ชุดอินเดียนน่า โจนส์, โฆษณาของ ธนาคารกรุงไทย ชุดผู้ใหญ่ลี กับพิภพ มัจจุราช, สุกี้, เอ็มเค ฯลฯ และเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ฟ้าทะลายโจร โดยมี เรวัต วรรัตน์ เป็นโปรดิวเซอร์ดูแลการผลิต, ออกแบบงานสร้างโดย สุราษฏร์ กาฏีโรจน์ มือหนึ่งในด้านออกแบบงานสร้างของภาพยนตร์โฆษณา ผ่านงานกำกับศิลป์ให้ภาพยนตร์ไทยมาแล้วหลายเรื่อง ตั้งแต่ เรื่องตลก69, ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ / คัดเลือกนักแสดงโดย สุมาภรณ์ สุทธิศรีศิลป หรือ จิ๋ม โมเดลลิ่ง บริษัทจัดหาตัวแสดงชื่อดังที่รู้จักกันดีในวงการโฆษณา ทำหน้าที่คัดเลือกนักแสดงให้กับภาพยนตร์ของ เป็นเอก รัตนเรือง ตั้งแต่ เรื่องตลก 69, มนต์รักทรานซิสเตอร์, เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล และ โอเค เบตง ของ นนทรีย์ นิมิบุตร / กำกับภาพโดย เรวัตร ปรีเลิศ เป็นผู้กำกับภาพในงานโฆษณาเกือบทุกเรื่องของวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เคยเป็นตากล้องมือสองใน ฟ้าทะลายโจร / ที่ปรึกษาด้านภาพโดย ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์ คร่ำหวอดในวงการโฆษณามากว่า 20 ปี เป็น ผู้กำกับภาพอันดับต้น ๆ ของภาพยนตร์โฆษณาได้รับรางวัลด้านภาพมาแล้วมากมาย เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง The film Factory เคยกำกับภาพให้ภาพยนตร์ของ เป็นเอก รัตนเรือง มา ตั้งแต่ ฝัน บ้า คาราโอเกะ, เรื่องตลก 69, มนต์รักทรานซิสเตอร์ และของ นนทรีย์ นิมิบุตร เรื่องโอเค เบตง ปัจจุบันกำลังถ่ายภาพยนตร์เรื่อง เหมืองแร่ ให้กับจิระ มะลิกุล / ออกแบบงานเสียงและดนตรีประกอบโดย อมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ เจ้าของบริษัท Wild at Heart โพสต์โปรดักชั่นชั้นนำของภาพยนตร์โฆษณา เป็นผู้ทำเพลงและออกแบบเสียงในหนังไทยมามากมาย ได้รับรางวัลมาแล้วจากหลายสถาบันเรื่องเด่น ๆได้แก่ แฟนฉัน มนต์รักทรานซิสเตอร์, สตรีเหล็ก, นางนาก, ชัตเตอร์ เคยร่วมงานกับวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง มาแล้วใน ฟ้าทะลายโจร / ตัดต่อโดย ดุษณีย์ ผุยหนองโพธิ์ เป็นผู้ลำดับภาพของภาพยนตร์โฆษณานานมานับสิบปี ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ตัดต่อคือ ฟ้าทะลายโจร, บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ ของ เอกชัย เอื้อครองธรรม / โพสต์ โปรดักชั่น โดย เดอะ โพสต์ แบงค็อก (THE POST BANGKOK) เป็นโพสต์โปรดักชั่นอันดับหนึ่งของโฆษณา มีเครื่องมือด้าน Visual Effect ที่ทันสมัยที่สุดในเมืองไทยและในเอเซียอาคเนย์ ภาพยนตร์เรื่องหมานคร ได้รับการผลิตด้านโพสต์ทั้งหมดที่นี่ ตั้งแต่ ตัดต่อ เทเลซีน ปรับแต่งสี เทคนิคด้านภาพ คอมพิวเตอร์กราฟฟิค จนถึงยิงฟิล์มทั้งเรื่อง เพื่อความสมบูรณ์แบบของผลงาน

วิศิษฏ์ กล่าวถึงการทำงานในลำดับต่อมาว่า "งานออกแบบงานสร้างส่วนใหญ่เราจะเป็นคนกำหนด ว่าเราอยากได้แบบไหนเพราะหนังเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องค่อนข้างเหนือจริงทุกอย่างการกำหนดเฟรมภาพ เราจะกำหนดให้มันเป็น ความไม่ปกติขึ้น หรือวิธีถ่ายทำเราก็จะใช้เลนส์ไวด์ ทำให้ภาพในหนังแปลก ๆ ประหลาด เราพยายามจะทำให้เป็นหนังที่เรารู้สึกว่ามันควรจะมีดีไซน์ ไม่ใช่ยกกองออกไปตั้งกล้องแล้วถ่ายเลย ก่อนถ่ายทำต้องทำงานล่วงหน้า ต้องคิด วางเฟรมไว้ก่อน เราต้องหาที่แล้วก็เซ็ทออกมา มีสตอรี่บอร์ด ไว้กำหนดภาพให้ออกมาเป็นเฟรม มันเหมือนกับว่าบางทีตัวแสดงไม่ต้องแสดงอะไรมากเราจะใช้องค์ประกอบในฉาก เพื่อที่จะบอกว่ามันเหงา โดยไม่ต้องมาทำท่าเหงา หรือพูดว่าเหงา"
...เขาใช้เวลาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่มาก ประมาณสี่เดือน โดยใช้ โลเคชั่นในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ และที่นครชัยศรีบางส่วน และใช้เวลาอีกไม่น้อยในช่วงโพสต์ โปรดักชั่น เพื่อให้งานออกมาดีได้ดั่งใจ
"ในส่วนของสีสันที่แตกต่างจากภาพยนตร์ทั่วไปนั้น ในการทำงานผมจะทำสีไว้ระดับหนึ่ง คือสีที่ใช่ก่อน แล้วปรับให้มันประหลาดขึ้นนิดหน่อย อย่างสีเขียวต้นหญ้าที่เป็นสีเขียว เหลือง เราจะเอาเหลืองออกให้เหลือแต่เขียวล้วน ๆ แล้วภาพมันจะแปลกตา ไม่ปกติ อย่างสีผิวของคนก็จะปรับให้มันอมชมพูนิดๆ ผมได้อิทธิพลมาจากหนังเก่า เมื่อก่อนหนังยุคเทคนิคคัลเลอร์ สีจะเป็นคู่สีที่สมัยนี้ไม่นิยมใช้กันแล้ว แต่มันจะมีเสน่ห์ สีสันแบบไทย ๆ"
...วิศิษฏ์ กล่าวสรุปถึง งานภาพยนตร์ ในเรื่องนี้ของเขาว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมอยากจะแชร์ภาพในหัวของผมออกมา ให้ออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว หนังผมส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องภาพ พลังของภาพ บางครั้งอาจจะดูมากกว่าการเล่าเรื่อง ผมไม่ได้ทำหนังด่ากรุงเทพฯ ไม่ได้เกลียด ผมเกิดและโตในกรุงเทพฯ แล้วผมก็เข้าใจว่าเมืองหลวง ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้ มันจะมิกซ์ทุกอย่าง มีความวุ่นวาย รถติด ตราบใดที่เราต้องอยู่เมืองหลวงและไม่สามารถเปลี่ยนอะไรมันได้ เพราะฉะนั้น เราควรจะทำใจมองมันให้สวยงาม ยอมรับมันแล้วจะมีความสุข"

วิศิษฏ์ กับเพลงประกอบภาพยนตร์ หมานคร
เพลง ก่อน (คำร้อง /ทำนอง พราย ปฐมพร)
...เพลงนี้เป็นธีมหลักของภาพยนตร์ เลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนเขียนบท เพราะเป็นเพลงที่มีความหมายตรงกับคอนเซ็ปของหนังที่สุด เนื้อร้องเกี่ยวกับความรัก ในประเด็นว่าก่อนหน้านั้น ฉันยังไม่เคยมีใคร จนกระทั่งความรักของเธอเข้ามา ทำให้ดวงตาฉันเห็นความสดใส และทำให้ฉันมีพลังที่จะสู้ต่อไปในโลกที่โหดร้ายนี้ เป็นเพลงที่โรแมนติค เนื้อร้องเรียบง่ายแต่ไพเราะงดงาม เป็นเพลงฮิตของโมเดอร์นด็อคกว่าสิบปีมาแล้ว ส่วนใหญ่คนจะเข้าใจผิดว่าโมเดอร์นด็อคเป็นผู้แต่ง แต่จริงๆแล้วคนแต่งคือ ปฐมพร แล้วโมเดอร์นด็อคนำไปร้องจนดังมาถึงทุกวันนี้ เพลงนี้ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่หลายเวอร์ชั่น มีทั้งเวอร์ชั่นร็อค เวอร์ชั่นอคาเพล่า (ใช้ปากแทนเครื่องดนตรี ) และเวอร์ชั่นอะคูสติค ซึ่ง จีน มหาสมุทร พระเอกของเรื่องเป็นผู้ขับร้อง และยังถูกใช้เป็นธีมสกอร์ในอีกหลายเวอร์ชั่นตลอดเรื่อง เรียกว่าคนดูเดินออกจากโรงจะมีเพลงก่อนติดหัวกลับบ้านกันทุกคน
เพลง ทุกคืนวัน (คำร้อง / ทำนอง / ขับร้อง / เล่นดนตรี มหาสมุทร บุณยรักษ์)
...เพลงนี้คุณจีนทำเองหมดทุกตำแหน่ง เป็นเพลงที่เราทดลองให้เขาทำตอนหนังถ่ายเสร็จแล้ว กำลังตัดต่ออยู่ เราให้คอนเซ็ปไป จีนทำเดโมมาให้ฟัง เราชอบมากถึงขนาดเอาใส่ในหนังทั้งเพลง โดยไม่ตัดทอนเลย เป็นอะคูสติคง่ายๆฟังสบายๆออกคันทรี่นิดๆ และมีเสียงฮาร์โมนิก้าประกอบ ฟังเศร้าๆเหงาๆ เพราะมาก จีนเขียนเนื้อได้สวย เนื้อเพลงพูดถึงว่า ทุกคืนวันฉันผ่านความเหงาและเดียวดายมาได้เพราะว่ามีเธอ เพลงนี้ถูกใช้ประกอบฉากที่พระเอกคิดถึงนางเอกแต่ไม่รู้จะไปตามหานางเอกที่ไหน เพราะกรุงเทพฯกว้างใหญ่เกินไปสำหรับคนตัวเล็กๆในสังคม
เพลง สิ่งที่เห็นเป็นทุกสิ่ง (คำร้อง / ทำนอง พิเศษ สังข์สุวรรณ)
...เพลงนี้ใช้ประกอบฉากที่นางเอกผิดหวังในสิ่งที่ฝันไว้ และเดินขึ้นไปเก็บตัวอยู่บนภูเขาขวดพลาสติคที่เธอเก็บรวบรวมมาจากทั่ว กรุงเทพฯ คือในเรื่องนางเอกจะเป็นพวกวิ่งไล่ตามความฝันและรักษาสิ่งแวดล้อม เธอฝันว่าวันหนึ่งพลาสติคจะหมดไปจากโลก แต่สุดท้ายความฝันของเธอก็พังทลายลง เพราะภาพทั้งหมดเป็นสิ่งที่เธอสร้างขึ้นมาจนเธอสับสนระหวางสิ่งที่เธอเห็น กับความเป็นจริง เนื้อเพลงก็จะพูดถึงประเด็นนี้ คือสิ่งที่เราเห็นเป็นได้ทุกสิ่ง เป็นทั้งความจริงและความปลอมสุดแล้วแต่ใครจะเห็นอะไร เพลงนี้ถูกเลือกมาใช้ในนาทีสุดท้าย เพราะเดิมวางอีกเพลงไว้ตั้งแต่ตอนเป็นบท แต่มีปัญหาบางประการทำให้ไม่ได้ใช้ ช่วงนั้นมืดแปดด้านเพราะไม่รู้จะหาเพลงอะไรมาแทน บังเอิญนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาได้ เป็นเพลงในเรื่อง ทองพูน โคกโพธิ์ ราษฎรเต็มขั้น ของท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นเพลงในดวงใจเพลงหนึ่งสมัยยี่สิบกว่าปีมาแล้ว แต่ยังจำได้ขึ้นใจจนทุกวันนี้ รู้สึกว่าความหมายไปกับเรื่องได้ จำได้ด้วยว่า พี่ต้าร์ พิเศษ สังข์สุวรรณ เป็นคนแต่ง เพราะสมัยก่อนพี่ต้าร์เป็นคนทำเพลงประกอบหนังให้ท่านมุ้ยเกือบทุกเรื่อง แต่จนใจไม่รู้จะตามหาแกที่ไหน วันหนึ่งเจอพี่บัณฑิต ฤทธกล เราปรารภกับแกว่าอยากได้เพลงพี่ต้าร์ บังเอิญพี่บัณฑิตเป็นเพื่อนกับพี่ต้าร์ จึงอาสาติดต่อให้ ต้องขอบคุณพี่บัณฑิตมา ณ ที่นี้ด้วย ที่ทำให้ผมได้เพลงที่ยอดเยี่ยมเพลงนี้มา พี่ต้าร์เป็นคนเขียนเนื้อได้สวยงามราวกับบทกวี และมีปรัชญาอันล้ำลึกซ่อนอยู่ภายใต้คำร้องที่เรียบง่ายทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงนี้ ฟังแล้วเหมือนปรัชญาเซนบวกคาริล ยิบรานไปโน่น ยิ่งได้คุณสุภัทรา โกราษฎร์ นักร้องคนโปรดของอาจารย์ ดน ฮุนตระกูล มาขับร้องให้ ด้วยเสียงที่ใสกังวานทำให้เพลงนี้ไพเราะจนขนลุกทีเดียว (ว่าไปนั่น.. )
เพลง เพื่อมวลชน (คำร้อง / ทำนอง จิ้น กรรมาชน)
...เป็นเพลงเพื่อชีวิตที่ดังมากในช่วงหลังสิบสี่ตุลา ใช้ในฉากที่นางเอกตัดสินใจว่าจะต้องช่วยรักษาโลกด้วยการกำจัดพลาสติคให้ หมดไป เธอจึงเที่ยวออกไปเก็บขวดและถุงพลาสติคทั่วกรุงเทพฯเพื่อมารีไซเคิล และออกไปร่วมขบวนประท้วงกับพวกเอ็นจีโอเพื่อต่อต้านพลาสติค เพลงนี้มีเนื้อหาสะท้อนอุดมการณ์ของคนหนุ่มสาวยุคหนึ่งซึ่งอุทิศตัวเพื่อสังคม ความหมายในทำนองว่าไม่ว่าฉันจะเกิดเป็นอะไร เป็นนก เป็นเมฆบนฟ้า หรือเป็นเม็ดทราย ก็จะขออุทิศชีวิตเพื่อมวลชนที่ยากไร้ ไม่ว่าจะตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่ชาติก็ตาม เพลงนี้จึงเป็นเหมือนสัตยาบรรณที่คนรุ่นเดือนตุลาเคยให้ไว้กับสังคม เราเอาต้นฉบับดั้งเดิมมาใส่ไว้ในหนังเลย เพราะได้กลิ่นอายอุดมการณ์ที่เข้มข้นดีกว่าจะทำขึ้นมาใหม่ เผื่อคนเดือนตุลาที่มาเป็นรัฐบาลทุกวันนี้ได้ยินแล้วจะนึกถึงความหลังบ้าง เพราะในเรื่องตอนท้ายนางเอกก็มาทำงานในโรงงานพลาสติคที่ตัวเองเคย ต่อต้านเหมือนกัน เพลงนี้เลยมีความหมายเหน็บแนมเล็กน้อยพองาม
เพลง แม่สาวเสื้อฟ้า (คำร้อง / ทำนอง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง)
...เพลงนี้ขอสารภาพว่าเป็นเพลงรีไซเคิล คือแรกเริ่มเดิมทีเพลงนี้เป็นหนึ่งในสองเพลงที่แต่งให้ เป็นเอก รัตนเรือง ในเรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ แต่เป็นเอกเลือกไปเพลงเดียว เพลงนี้เลยเหลือ พอเหลือก็เกิดความเสียดาย จะทิ้งก็ใช่ที่ อย่ากระนั้นเลยเอามาใส่ในหนังเราดีกว่า บังเอิญ (อีกแล้ว) เนื้อเพลงเข้ากับเรื่องได้ เพราะนางเอกเป็นแม่บ้านทำความสะอาดที่ใส่เครื่องแบบสีฟ้า เป็นฉากที่พระเอกจะบอกรักนางเอกแต่ไม่กล้า เลยทำเป็นชมว่านางเอกใส่เสื้อสีฟ้าแล้วสวยจัง นางเอกก็ว่าจะบ้าเหรอ ชั้นก็ใส่สีฟ้าของชั้นทุกวัน เธอทำอย่างกับเพิ่งเคยเห็น พอนางเอกเดินจากไป พระเอกก็เห็นคนทั้งถนนใส่เสื้อสีฟ้าเหมือนนางเอกกันหมด แล้วเพลงนี้ก็ดังขึ้นมา เป็นวิธีที่จะบอกว่าพระเอกกำลังหลงรักนางเอกโดยใช้เพลงและภาพเป็นตัวบอก เพลงนี้เป็นเพลงลูกทุ่งแท้ๆทั้งเสียงร้องและท่วงทำนอง แต่ทางคนเรียบเรียงเขาทดลองใช้ปากประสานเสียงแทนดนตรีแบบอคาเพล่า เพื่อให้ฟังทันสมัยขึ้น จึงเกิดเป็นเพลงลูกผสมที่มีรสชาติแปลกประหลาดดีแท้ ประมาณกินพิซซ่าจิ้มแจ่วยังไงยังงั้น บอกไม่ถูก ลองฟังเองก็แล้วกัน
...นอกเหนือจากนั้นก็จะเป็นเพลงที่ใช้ในช่วงสั้น ๆในฉากเล็ก ๆ เช่น เพลงไม่อยากจากเธอ ของสุนทราภรณ์ ซึ่งเราวางจากต้นฉบับเลย หรือเพลงการเดินทางของยาย ในฉากที่พระเอกเจอยายที่ตายไปแล้วมาเกิดเป็นจิ้งจกในห้องเช่า เพลงนี้จะเข้ามาเล่าว่ายายไปเป็นอะไรมากมายจนสุดท้ายกลายมาเป็นจิ้งจก เป็นเพลงสนุก ๆ กึ่งฉ่อยกึ่งแร็ป ขับร้องโดย พี่ตู้ ดิเรก อมาตยกุล ส่วนดนตรีประกอบก็มีหลายแบบหลายสไตล์ หลัก ๆ ก็จะเป็นใช้ปากทำดนตรี เพราะตั้งใจให้เป็นสกอร์ที่ฟังรื่นรมย์และแปลกใหม่ นอกนั้นก็จะมีอะคูสติกกีต้าร์ ไวโอลิน เปียโนสไตล์ดิ๊กซี่แลนด์แจ๊ส ไปจนถึงแตรวงแบบไทย ๆ ซึ่งเพลงและดนตรีประกอบทั้งหมดได้รับการผลิตที่ Wild at Heart บริษัทเดิมที่เคยทำเพลงให้ ฟ้าทะลายโจร โดยมีคุณอมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ เป็นผู้ควบคุมการผลิต ผิดพลาดประการใดก็โทษพี่คนนี้ละกัน
...ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ หวังว่าคงได้ข้อมูลบ้างไม่มากก็น้อย ถึงไม่อุดหนุนหนัง แต่หาเพลงมาลองฟังบ้าง คนทำเขาก็ชื่นใจแล้วละครับ...

เครดิต...หมานคร
บริษัทไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น / เจริญ เอี่ยมพึ่งพร (อำนวยการสร้าง) / เรวัต วรรัตน์ (ควบคุมการผลิต) / วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (กำกับภาพยนตร์) / พรสุทธิ์ โอสถานนท์ (ดูแลการผลิต) / ธรรมนูญ ลภัณฑกุล (โพสต์โปรดิวเซอร์) / พร้อมภพ ลีรพันธ์ (ผู้ช่วยผู้กำกับ 1) / วัฒนชนม์ คงทน (ผู้ช่วยผู้กำกับ 2) / ประกาศิต สิทธิคู (ผู้จัดการกองถ่าย) / สุราษฏร์ กาฏีโรจน์ (ออกแบบงานสร้าง) / สุขุมาภรณ์ สุทธิศรีศิลป (คัดเลือกนักแสดง) / เรวัตร ปรีเลิศ (กำกับภาพ) / อมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ (ออกแบบเสียงและดนตรีประกอบ) / ดุษณีย์ ผุยหนองโพธิ์ (ลำดับภาพ) / THE POST BANGKOK (เทคนิคพิเศษด้านภาพ) /
นักแสดง : มหาสมุทร บุณยรักษ์ (ป๊อด) / แสงทอง เกตุอู่ทอง (จิน) / สวัสดิ์วงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (ยอด) / ณัฎฐา วัฒนะไพบูลย์ (คง) / เรือนคำ แสนอินทร์ (ยาย) / ชัค สตีเฟ่นส์ (ปีเตอร์) / เจอราร์ดฺ ฟูเก้ (ครูฝรั่ง)
...หมานคร พร้อมฉายพิสูจน์หนังไทยคุณภาพ 9 ธันวาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์...
 
********************* |