deknang popcorn magazine Degnang BBS
 
หน้าแรก ข่าวหนัง คอลัมน์ ถาม/ตอบ ติดต่อเรา

Main Menu
 หนังข่าว
 คอลัมน์
 กระดานข่าว
 มามะมาจอยกัน
 --L i n K--
 โปรแกรมฉายหนังไทยปี 53
 ป๊อปคอร์นแม็ก
 เจไดยุทธ
 มูลนิธิหนังไทย
 ศูนย์ข้อมูลหนังไทย
 สมาคมสมาพันธ์หนังไทย
 เครือข่ายคนดูหนัง
 ดูหนังอย่างคนป่วย
 ไทยอินดี้
 กลแสง
 ดิจิตอลวิดีโอคลับ
 ฟุ๊คดุ๊ค
 เฟย์
 ออนโอเพ่น
 ไบโอสโคป
 wisekwai
 สหมงคลฟิล์ม
 จีทีเอช
 อาวอง
 ไฟว์สตาร์
 พระนครฟิลม์
 คิกเดอะแมชชีน
 ป๊อปพิคเจอร์ส
 เอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
 มหรสพทัศน
 ไทยบ็อกซ์ออฟฟิศโมโจ
 การ์ตูนทีเคโอ
 สำนักหนังสือไต้ฝุ่น
 หนังกลางแปลง
 หนังเอ็มไทย
 เด็กฟิล์ม
 เอนเตอร์เทนออนไลน์
 ไต้ฝุ่นแลนด์
 ร้านก็องดิด-สนพ. 1
 อังเคิลแกลอรี่
 ปอปป้ากานดา

ข่าวเก่า
ไฮไลต์หนังไทย "ค่ายใบโพธิ์" ปี 53
มองสถานการณ์รอบตัวในปี 52 แนวโน้มและทิศทางหนังปี 53 ของค่ายใบโพธิ์ กับ "เสี่ยเจียง"
ฮู อาร์ ยู (WHO R U?) : คนคุ้นเคยที่คุณไม่เคยรู้จัก (ข้อมูลแรก)
จับเข่าคุยผู้กำกับรุ่นใหญ่ "สุรสีห์ ผาธรรม" กับการรีเมคหนังไทยระดับตำนาน "ครูบ้านนอก บ้านหนองฮีใหญ่"
เผยโฉม 5 ใบปิด "ตายโหง" หนังสยอง "พจน์ อานนท์" ที่เตรียมดังขึ้นหน้าหนึ่ง

ข่าวยอดนิยม
โอ้ลัลล้า รายได้รวมหนังไทย 2552 (+ อัพเดทโปรแกรมฉายปี 53)
เผยโฉม 5 ใบปิด "ตายโหง" หนังสยอง "พจน์ อานนท์" ที่เตรียมดังขึ้นหน้าหนึ่ง
ไฮไลต์หนังไทย "ค่ายใบโพธิ์" ปี 53
ตัวแม่รีเทิร์นส "นก สินจัย" คืนจอด้วยหนังสยองขวัญสุดหลอน "Who R U?"
ฮู อาร์ ยู (WHO R U?) : คนคุ้นเคยที่คุณไม่เคยรู้จัก (ข้อมูลแรก)

Archive
ธันวาคม, 2009
พฤศจิกายน, 2009
ตุลาคม, 2009
กันยายน, 2009
สิงหาคม, 2009
กรกฎาคม, 2009
มิถุนายน, 2009
พฤษภาคม, 2009
เมษายน, 2009
มีนาคม, 2009

Hit Counter
5019329 ผู้เยี่ยมชม

Who's Online
ขณะนี้มี 106 บุคคลทั่วไป ออนไลน์



Your location: หนังข่าว
ลายเส้น : ต้มยำกุ้ง   PDF  พิมพ์  ส่งเมล์ 
เขียนโดย วิบูลย์กิจ คอมมิคส์  
ศุกร์, 12 สิงหาคม 2005

...ผลิตสินค้าเกี่ยวกับภาพยนตร์ออกมาหลายอย่างมากมาย ตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน(สายคล้องคอ) ยันเรือรบ(กระดูกช้าง...จะเอาไปทำหยังกันเนี่ย!!!) สำหรับภาพยนตร์ที่คุณไม่(อยาก)ดูก็ต้องดู (เพราะโรงหนังแต่ละเครือเล่นเทรอบให้แค่วันละกว่า 300 รอบต่อวัน...เท่านั้นเอง) เรื่อง "ต้มยำกุ้ง" และของที่ระลึกอย่างหนึ่งที่ไม่พลาดการผลิตแน่นอนก็คือ "หนังสือการ์ตูน" นั่นเอง

...โดยเรื่องนี้จะผลิต "หนังตูน" ออกมา 2 เรื่อง คือ "ต้มยำกุ้ง" และ "จาพนมฯ" แต่เรายังไม่มีตัวอย่างของจริงมาให้ยลโฉมแต่ประการใด หากใครอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร แวะแผงไปดูได้เลย เพราะเรื่องแรกเขาวางแผงให้ได้ซื้ออ่านกันแล้ว ส่วนเรื่องที่สองคงตามติดออกมาไม่นานเกินรอแน่นอน

...อย่างไรก็ตาม เราก็มีเรื่องราวผู้เขียน, เรื่องย่อ และลายเส้น(บางส่วน) มาให้ได้อ่านและชมกันแทน

 

ตูนย่อ : ต้มยำกุ้ง

...เมื่อความต้องการช้างที่ถูกต้องตามลักษณะคชลักษณ์ เพื่อนำมาเสริมบารมีมีของคนร่ำรวย และพวกที่หลงงมงายเชื่อว่าอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ มีผลต่อการดำรงค์ชีวิตของตนให้ประสบความสำเร็จ เสี่ยสุทินคือหนึ่งในคนพวกนั้น ได้สั่งให้ลูกน้อง 3 คน ที่มีความชำนาญเรื่องช้างและทักษะการต่อสู้ ไปตามหาช้างที่ถูกต้องตามลักษณะคชลักษณ์มาให้ตน

...เปิดเรื่อง ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ลูกน้องของเสี่ยสุทิน ทั้ง 3 คนนำช้างพลายเชือกหนึ่งเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ เสี่ยสุทินปรากฏตัวออกมาพร้อมกับชายแก่ชาวจีนคนหนึ่ง เขาคือซินแสที่จะมาดูลักษณะช้างเชือกนี้ ซินแสใช้เวลาเดินดูรอบ ๆ ช้างเชือกนั้นพักหนึ่ง แล้วก็กลับมาบอกกับเสี่ยสุทินว่าใช้ไม่ได้! เสี่ยสุทินส่ายหน้าแล้วบอกให้ลูกน้องทั้ง 3 คนจัดการช้างเชือกนี้ซะ เพราะไม่ใช่ลักษณะที่ต้องการ เปรี้ยง! ลูกน้องเสี่ยใช้ปืนยิงช้างเชือกนี้จนล้มลง แล้วก็เดินจากไปปล่อยให้ช้างตายลงอย่างช้า ๆ ภาพขยายออกมาท่ามกลางศพของช้างเชือกนี้ สถานที่นี้เต็มไปด้วยโครงกระดูกช้างและศพช้างทับถมกันเป็นจำนวนมาก

...ขามกับพ่อ หนีชีวิตวุ่นวายมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างคนบ้านป่า โดยมีพ่อใหญ่เป็นช้างพลายเชือกใหญ่ลักษณะสวยงามและขอน ลูกช้างของพ่อใหญ่เป็นเพื่อน และใช้ชีวิตเติบโตด้วยกันมาอย่างมีความสุขท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ต้นตระกูลเก่าแก่ของขาม เคยเป็นทหารจตุลังคบาทเฝ้าเท้าช้างทั้ง 4 มาก่อน ขามจึงมีสายเลือดนักสู้มาตั้งแต่เด็ก ขามฝึกวิชาการต่อสู้มาตลอด โดยมีแม่ไม้มวยไทยแขนงต่าง ๆ เป็นพื้นฐาน ขาม,พ่อใหญ่ และขอน จะพากันไปหากินที่ชายป่าเป็นประจำ ขามกับช้างของเขามักจะช่วยเหลือกกันและกัน นี่แสดงถึงความผูกพันของทั้ง 3 ชีวิต ขามรักช้างของเขามาก ฝ่ายลูกน้องของเสี่ยสุทิน ทั้ง 3 คนที่ทำหน้าที่ตามหาช้างที่เจ้านายต้องการ ก็ได้ยินข่าวเรื่องช้างของพวกพ่อขามที่มาอาศัยอยู่แถวนี้ จึงไปตามหาทันที

...วันหนึ่งขณะที่พ่อขามอยู่บ้านกับขอนลูกช้าง เพราะตั้งใจจะฝึกของให้รู้คำสั่งต่าง ๆ เพิ่มจึงให้ขามพาพ่อใหญ่ออกไปกันตามลำพัง พวกลูกน้องเสี่ยตามมาจนพบบ้านพ่อขาม เมื่อเจอพ่อขามพวกนั้นจึงถามหาช้างที่พวกตนตามหาอยู่ พ่อขามไม่ยอมบอกและเกิดการใช้กำลังกัน พ่อขามสู้ไม่ได้ จนได้รับบาดเจ็บ พวกลูกน้องเสี่ยที่พอมีความชำนาญเรื่องช้างอยู่บ้าง จึงใช้วิธีแกะรอยเท้าช้างตามไป จนมาพบพ่อใหญ่ พวกลูกน้องของเสี่ยสุทินทั้ง 3 คน เข้าควบคุมพ่อใหญ่ บังคับให้ทำตามคำสั่งด้วยอุปกรณ์บังคับช้างแล้วพาพ่อใหญ่เดินจากไป

...ฝ่ายขามที่แยกตัวออกมาฝึกวิชามวยตามลำพัง กลับมาหาพ่อใหญ่ก็ไม่เห็นพ่อใหญ่ คิดว่าพ่อใหญ่เดินกลับบ้านเองไปแล้ว เมื่อขามกลับมาถึงบ้านก็ตกใจกับภาพที่เห็น ขอน ช้างน้อยพยุงพ่อขามที่ได้รับบาดเจ็บให้ลุกขึ้นนั่ง มีน้ำตาไหลมาจากตาของขอน ขามรีบวิ่งไปถามพ่อถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ่อของขามบอกว่ามีชาย 3 คนมาตามหาพ่อใหญ่ ขามบอกพ่อว่าตอนนี้พ่อใหญ่ไม่อยู่แล้ว สงสัยพวกนั้นจะพาตัวไป พ่อบอกให้ขามรีบไปตามพ่อใหญ่กลับมา ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ ขามแกะรอยเส้นทางที่พวกลูกน้องของเสี่ยสุทินพาพ่อใหญ่ไป จนไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นดงพุ่มไม้หนาทึบ ขามแหวกพุ่มไม้เข้าไปในที่แห่งนั้นทันที

... ภาพที่ปรากฏต่อหน้าขามมีสภาพเหมือนสุสานช้างเต็มไปด้วยศพโครงกระดูกช้างทับถมกันมากมาย (เป็นภาพที่เห็นตอนเปิดเรื่อง) ศพช้างบางตัวมีรอยกระสุนยิง ต้องเกิดจากน้ำมือใครบางคน สร้างความโกรธแค้นแก่ขามเป็นอย่างมาก แปร๊น..น!! ขามได้ยินเสียงร้องของช้าง ขามจำได้ว่าเป็นเสียงพ่อใหญ่ ขามรีบวิ่งตามต้นกำเนิดเสียงขึ้นไปทันที แล้วขามก็ได้พบกับกลุ่มลูกน้องเสี่ยสุทินทั้ง 3 คน พยายามบังคับพ่อใหญ่จับล่ามโซ่ไว้ ขามรีบเข้าไปช่วยพ่อใหญ่ เกิดการต่อสู้กับลูกน้องเสี่ยสุทิน ขามใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยต่าง ๆ จนเอาชนะได้ มีลูกน้องเสี่ยคนหนึ่งบาดเจ็บหนีไปได้

...ขามพาพ่อใหญ่กลับบ้านมารักษาจนพ่อขามหายจากอาการบาดเจ็บ ด้วยความตั้งใจของครอบครัวที่จะหาที่สงบอยู่อยากใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างคนบ้านป่าอยู่กับธรรมชาติ จึงออกเดินทางเพื่อหาที่พักอาศัยใหม่ ทางด้านเสี่ยสุทินที่เตรียมตัวจะพาซินแสไปดูช้างเชือกใหม่ ก็ต้องเจ็บใจเมื่อรู้ว่าลูกน้องถูกเล่นงาน อีกทั้งเจ้าของช้างยังมาชิงตัวช้างกลับไปได้ ทำให้เสี่ยสุทินมีความอยากจะได้ช้างเชือกนี้มาไวในครอบครองยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการตามมาพบช้างพ่อใหญ่ต่อในหนัง "ต้มยำกุ้ง"

"ก็ภูมิใจที่ได้มาทำงานชิ้นนี้ เพราะพอรู้ว่าจา พนมเล่นเรื่องนี้ ก็คิดว่าหนังต้องอยู่ในกระแส เป็นหนังไทยแห่งปีที่คนรอดูกันมาก ขนาดสื่อต่าง ๆ ยังพากันโปรโมท รวมถึงการ์ตูนที่ทำก็เป็นส่วนหนึ่งของต้มยำกุ้ง ที่ออกมา เพื่อช่วยผลักดันหนังให้เป็นที่น่าจับตามองยิ่งขึ้น แต่ก็รู้สึกยากพอสมควรที่ะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมันต่างจากการเขียนการ์ตูนปรกติ ตรงที่ต้องอ้างอิงจากบทหนัง รวมทั้งรายละเอียดตัวละครต่าง ๆ ก็ต้องใส่ใจมากยิ่งขึ้น จะละเลยไปไม่ได้เลย ด้วยระยะเวลาและการเตรียมงานต่าง ๆ คิดว่างานน่าจะออกมาดี เพราะตั้งใจทำเรื่องนี้เป็นพิเศษเลย"

ประวัติ-ผลงานผู้เขียน

จีรพงษ์ ศรนคร (ยุง) เกิด 17 มิถุนายน 2519 อายุ 24 ปี

การศึกษา มัธยม โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม / ปวช. วิทยาลัยช่างศิลป์ / ปริญญาตรี คณะจิตกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร

ภูมิลำเนา จ.ตราด

ประวัติการทำงาน เป็นครูพิเศษสอนศิลปะ + เขียนการ์ตูน

เส้นทางสู่อาชีพนักเขียนการ์ตูน เคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นสมัยเป็นเด็กแล้วรู้สึกชอบ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าการ์ตูนเนี่ยเค้าเขียนด้วยมือกัน! ไม่รู้ขั้นตอนการทำงานพออ่านไปบ่อย ๆ ก็เริ่มสงสัยว่า เค้าทำกันยังไงกว่าจะมาเป็นการ์ตูนให้เราอ่าน ตอนนั้นก็ลอกแบบจากการ์ตูนที่เราชอบ เขียนเป็นตัว ๆ เอาไปให้เพื่อนดูก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง ตอนนั้นเพื่อน ๆ ก็เอาแบบการ์ตูนมาให้วาดให้บ่อย ๆ เขียนจนชำนาญไม่ต้องดูแบบก็วาดได้

...พอวาดเองได้ก็เริ่มคิดตัวการ์ตูนขึ้นมาเอง คิดแปลงจากไอ้ตัวที่มีอยู่แล้วออกแบบพวกหุ่นยนต์, สัตว์ประหลาด ตามจินตนาการของเราก็รู้ตัวเองว่าชอบศิลปะมีหัวด้านนี้ เวลาโรงเรียนมีกิจกรรมหรือชมรมเกี่ยวกับศิลปะก็จะเข้าร่วมตลอด นี่คือจุดเริ่มต้นสมัยเด็ก ตอนนั้นยังเรียนอยู่ประถม

...พอมาเรียนมัธยมต้นจากการ์ตูนหุ่นยนต์, สัตว์ประหลาดที่เคยวาดสมัยเด็ก ก็มาเขียนการ์ตูนล้อเพื่อน ๆ เป็นตัว ๆ นะ ยังไม่เป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่ พอดีตอนนั้นโรงเรียนเค้าจัดกิจกรรมทำวารสารประจำโรงเรียนออกรายเดือน ต้องการคนเขียนการ์ตูนลงในวารสารด้วย เพื่อนๆ ก็เชียร์ให้เราทำ ที่จริงอ. เค้าต้องการแค่ภาพประกอบเป็นการ์ตูนธรรมดา แต่เรานึกสนุกอยากเขียนการ์ตูนเป็นช่องล้อเพื่อน ๆ ก็ทำมาให้อ. เค้าดูประมาณ 2 หน้าชื่อเรื่อง "ไอ้คุณโปร" ก็ได้ลงในวารสาร นึกไม่ออกว่าเราแบ่งช่องดำเนินเรื่องยังไง หายไปหมดแล้ว อยากเห็นการทำงานตอนนั้นเหมือนกัน พอดีใกล้จะเรียนจบมัธยมต้นแล้วด้วย เขียนได้ประมาณ 3-4 เล่ม ก็มาสอบเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยช่างศิลป์กรุงเทพฯ

...เรียนที่ช่างศิลป์นี่เราได้เปรียบคนอื่นตรงที่เค้าสอนวาดเส้น เขียนฟิกเกอร์ เขียนใบหน้าคน เรียนเรื่องกระดูก กล้ามเนื้อต้องมีพื้นฐานศิลปะอยู่บ้าง ถึงจะเขียนการ์ตูนได้ดี ช่วงนั้นก็อ่านการ์ตูนบ่อยก็มาเจอหนังสือการ์ตูน "ไทคอมิค" มีรับผลงานจากทางบ้านด้วย เราก็ดีใจมีช่องทางให้เราแสดงฝีมือ ก็เริ่มมาเขียนการ์ตูนใหม่ เขียนเรื่อง PRO เรื่องแรกเลย ส่งมาที่สำนักพิมพ์ได้รับการติดต่อกลับมาก็โชคดีได้เป็นนักเขียน(กึ่ง)ประจำ ตอนนั้นยังส่งต้นฉบับไม่สม่ำเสมอ คำนวณการทำงานไม่ถูกก็เขียนเรื่อง PRO จบกับเรื่องสั้นอีกหนึ่งเรื่องได้รวมเล่ม ก็มาสอบเข้ามหาวิทยาลัยตอนเรียนที่ศิลปากรนี่ไม่ได้เขียนการ์ตูนเลย เสียดายเหมือนกัน ตอนนี้ก็กลับมาเขียนการ์ตูนใหม่หลังจากเรียนจบครับ

ผลงานการ์ตูน

- PRO เรื่องสั้น 5 ตอนจบตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือนThaiComics

- MY BROTHER เรื่องสั้น 2 ตอนจบตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือนThaiComics

- THE ALIEN BATTLE เรื่องยาวตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือนThaiComics

- PRO ฉบับรวมเล่ม (เล่มเดียวจบ)

********************

ตูนย่อ : จา พนม

...ณ บ้านโคกสูง จ.สุรินทร์ "จา" หนุ่มน้อยวัย 13 ปี กำลังพยายามฝึกฝนท่าต่อสู้ต่างๆ หลังจากได้ไปดูหนังเรื่อง "เกิดมาลุย" ซึ่งเป็นหนังกลางแปลงที่ฉายในวัดแถวบ้าน จาไม่ได้เล่นซนตามประสาเด็ก แต่การที่เขาซ้อมท่าแตะต่อยกลางอากาศอยู่คนเดียวนั้น ก็เพราะจาใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักแสดงหนังบู๊แอ๊คชั่นที่เก่งกาจไม่แพ้ "เฉินหลง", "บรูชลี" หรือแม้แต่ "พันนา ฤทธิไกร" ดาราในดวงใจของเขา

...หลายวันต่อมาในงานจบการศึกษาชั้น ม.3 ของเขา เขาก็ตัดสินใจบอกพ่อว่าตนจะไม่ขอเรียนต่อ แต่จะไปทำความฝันของตนเอง นั่นคือการไปเป็นศิษย์ของพันนา พ่อของจารีบคัดค้านทันที แม้ลึก ๆในใจจะพอเข้าใจจาอยู่บ้าง แต่คิดว่าจายังเด็กที่พูดออกมาคงเป็นเพราะความอยากตามประสาเด็ก แต่ด้วยความตั้งใจจริงของจาที่ต้องการจะพบกับพันนาให้ได้ เขาจึงคิดอุบายที่จะทำให้พ่อยอมอนุญาตให้ตนได้ไปพบกับพันนา เขาจึงทำเป็นว่าจะฆ่าตัวตาย ด้วยความรักลูกพ่อของจาจึงยอมทำตามคำขอของจา

...วันรุ่งขึ้นจากับพ่อออกเดินทางจากสุรินทร์ไปขอนแก่น เพื่อไปหาพันนาตามที่อยู่ที่ขึ้นบนจอหนัง แต่เมื่อทั้งคู่ไปถึงก็ต้องใจเสียเพราะตามหาไม่พบ แต่แล้วเหมือนสวรรค์ยังเห็นใจอยู่ ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้พบกับพันนา พันนายอมรับเป็นศิษย์ทันทีหลังจากเห็นเขาโชว์ฝีมือ แต่ยังคงมีน้ำใจเลยบอกให้จาไปเรียนต่อให้จบ ถ้าถึงวันนั้นจะได้ทำสิ่งที่ตนรักได้อย่างเต็มที่

...เวลาผ่านไปจาเติบโตเป็นเด็กหนุ่มวัย 18 ปี ที่มีความสามารถในด้านวิชาการต่อสู้ต่าง ๆ อย่างช่ำชอง เขาเป็นตัวแทนให้กับทางวิทยาลัยเสมอทั้งด้านกีฬา ด้านแข่งศิลปะการต่อสู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม พร้อมกันนั้น จายังได้รู้จักกับผู้หญิงอ่อนหวานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นดาววิทยาลัยชื่อ "อรอุมา" แม้จาเองจะไม่เคยบอกความรู้สึกในใจให้อรอุมารู้สักครั้ง แต่ทั้งคู่ก็เป็นเหมือนกำลังใจของกันและกันเสมอ จนเมื่อจาเรียนจบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ห่างหายไป

...และช่วงนี้เอง จาก็เริ่มทำงานที่เขารักอย่างจริงจัง พันนาเห็นแววในตัวของจา จึงคิดโปรเจ็กต์ร่วมลงทุนสร้างหนังขึ้นมา เมื่อถ่ายทำกันเสร็จทั้งหมดก็ต้องผิดหวัง เมื่อฟิล์มที่ล้างออกมาทั้งหมดใช้ไม่ได้ กำลังของทุกคนแทบไม่มีเหลือ แต่ด้วยความที่จาเป็นคนที่มีความพยายามไม่ทิ้งความฝัน ในที่สุดเมื่อเริ่มต้นกันใหม่ คราวนี้จึงสำเร็จและด้วยความตั้งใจจริงนี่เอง จาจึงได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงนำหนังบู๊แอ๊คชั่นอย่าที่เขาใฝ่ฝันได้สำเร็จ

"ดีใจที่ทางสหมงคลฟิล์มและวิบูลย์กิจได้ให้เกียรติผมมาทำเรื่องนี้ เพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนตั้งตารอคอย ไม่ว่าจะเป็นคนแถบเอเชีย, ยุโรป หรือแม้แต่ชาวไทยเราเองด้วย กับตัวงานการ์ตูนผมก็ตั้งใจมาก แม้ต้องหาข้อมูลเยอะ โดยเฉพาะด้านภาพ ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง ศิลปะการต่อสู้แบบไทย ๆ หรือแม้กระทั่งประวัติของจา เพราะแทบจะไม่มีข้อมูลเลย ต้องอาศัยจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งคำบอกเล่าจากจา พนมโดยตรง การถ่ายทอดจากจินตนาการออกมาก็ต้องให้ใกล้เคียงที่สุด แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า การ์ตูนประวัติของเขา ไม่ใช่เป็นเรื่องของการต่อสู้ทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เขาต่อสู้ในเรื่องของการฝึกฝน และก็จิตใจด้วย ซึ่งงานก็จะมีความเป็นการ์ตูน 60% ในขณะที่เรื่องราวชีวประวัติจะมีอยู่ประมาณ 40% ครับ"

ประวัติ-ผลงานผู้เขียน

มังกร สรพล เกิด : 15 มีนาคม 2519 อายุ : 29 ปี

การศึกษา ปวช. วิทยาลัยอาชีวะศึกษาเสาวภา

ภูมิลำเนา กรุงเทพฯ

ประวัติการทำงาน เคยทำงานตกแต่ง แต่งภาพโฆษณา ปัจจุบันวาดการ์ตูนเป็นอาชีพเพียง อย่างเดียว

เส้นทางสู่อาชีพนักเขียนการ์ตูน มารู้จักหนังสือ ThaiComics ที่ส่งเสริมการวาดการ์ตูนไทยของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ เมื่อช่วงอายุ 17 ตอนที่กำลังเรียน ปวช.ปี 2 ก็เลยลองวาดส่งมาเพื่อหาเงินค่าขนม ปรากฎว่าวาดมาครั้งแรกก็ได้ลงตีพิมพ์เลย เรื่อง "มันมาได้ไง" จากนั้นก็วาดส่งมาเรื่อย ๆ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับวาดการ์ตูน แต่พอมีผู้ใหญ่มาบอกว่า วาดการ์ตูนไปก็แค่นั้นเอามาเลี้ยงชีพ จริงๆ ไม่ได้หรอกอาชีพนี้น่ะ เราก็เลยเกิดฮึดขึ้นมาอยากลองพิสูจน์และลบคำสบประมาทของผู้ใหญ่เพราะเรามีความฝันอยู่ลึก ๆ ว่าอยากจะให้การ์ตูนไทยพัฒนาอยากทำให้มันเป็นจริง โดยไม่สนว่ามันจะเป็นไปได้ไหม ซึ่งผลที่ออกมาก็ไม่ทำให้เราผิดหวังจริง ๆ สำหรับอาชีพนักวาดการ์ตูนไทยอยากจะบอกว่าคนเราเมื่ออยากจะทำอะไรก็ขอให้มุ่งมั่นไปเลย ทุกอย่างมันมีทางออกในตัวเองอยู่แล้ว

ผลงานการ์ตูน

- "มันมาได้ไง" เรื่องสั้นตอนเดียวจบตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "รักซึมลึก" เรื่องสั้น 2 ตอนจบตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "ฮีโร่พันธุ์ใหม่" เรื่องสั้นตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "KILLER" เรื่องยาวตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "ใช่เลย" เรื่องสั้น 2 ตอนจบตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "คู่แสบจอมกัด" เรื่องสั้นตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "แป้ง" เรื่องสั้นตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "กรุผี" เรื่องยาวตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "GENE" เรื่องยาวตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนไทยรายเดือน ThaiComics

- "เพื่อน" เรื่องยาวตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ NEOZ

- "KILLER" ฉบับรวมเล่ม (เล่มเดียวจบ)

- "กรุผี" ฉบับรวมเล่ม (3 เล่มจบ)

- "GENE" ฉบับรวมเล่ม (2 เล่มจบ)

- "เพื่อน" ฉบับรวมเล่ม เล่มที่ 1-4

********************



Copyright 2004 | deknang | All rights reserved.
Mambo Open Source is Free Software released under the GNU/GPL License