deknang popcorn magazine Degnang BBS
 
หน้าแรก ข่าวหนัง คอลัมน์ ถาม/ตอบ ติดต่อเรา

Main Menu
 หนังข่าว
 คอลัมน์
 กระดานข่าว
 มามะมาจอยกัน
 --L i n K--
 โปรแกรมฉายหนังไทยปี 53
 ป๊อปคอร์นแม็ก
 เจไดยุทธ
 มูลนิธิหนังไทย
 ศูนย์ข้อมูลหนังไทย
 สมาคมสมาพันธ์หนังไทย
 เครือข่ายคนดูหนัง
 ดูหนังอย่างคนป่วย
 ไทยอินดี้
 กลแสง
 ดิจิตอลวิดีโอคลับ
 ฟุ๊คดุ๊ค
 เฟย์
 ออนโอเพ่น
 ไบโอสโคป
 wisekwai
 สหมงคลฟิล์ม
 จีทีเอช
 อาวอง
 ไฟว์สตาร์
 พระนครฟิลม์
 คิกเดอะแมชชีน
 ป๊อปพิคเจอร์ส
 เอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
 มหรสพทัศน
 ไทยบ็อกซ์ออฟฟิศโมโจ
 การ์ตูนทีเคโอ
 สำนักหนังสือไต้ฝุ่น
 หนังกลางแปลง
 หนังเอ็มไทย
 เด็กฟิล์ม
 เอนเตอร์เทนออนไลน์
 ไต้ฝุ่นแลนด์
 ร้านก็องดิด-สนพ. 1
 อังเคิลแกลอรี่
 ปอปป้ากานดา

ข่าวเก่า
ไฮไลต์หนังไทย "ค่ายใบโพธิ์" ปี 53
มองสถานการณ์รอบตัวในปี 52 แนวโน้มและทิศทางหนังปี 53 ของค่ายใบโพธิ์ กับ "เสี่ยเจียง"
ฮู อาร์ ยู (WHO R U?) : คนคุ้นเคยที่คุณไม่เคยรู้จัก (ข้อมูลแรก)
จับเข่าคุยผู้กำกับรุ่นใหญ่ "สุรสีห์ ผาธรรม" กับการรีเมคหนังไทยระดับตำนาน "ครูบ้านนอก บ้านหนองฮีใหญ่"
เผยโฉม 5 ใบปิด "ตายโหง" หนังสยอง "พจน์ อานนท์" ที่เตรียมดังขึ้นหน้าหนึ่ง

ข่าวยอดนิยม
โอ้ลัลล้า รายได้รวมหนังไทย 2552 (+ อัพเดทโปรแกรมฉายปี 53)
เผยโฉม 5 ใบปิด "ตายโหง" หนังสยอง "พจน์ อานนท์" ที่เตรียมดังขึ้นหน้าหนึ่ง
ไฮไลต์หนังไทย "ค่ายใบโพธิ์" ปี 53
ตัวแม่รีเทิร์นส "นก สินจัย" คืนจอด้วยหนังสยองขวัญสุดหลอน "Who R U?"
ฮู อาร์ ยู (WHO R U?) : คนคุ้นเคยที่คุณไม่เคยรู้จัก (ข้อมูลแรก)

Archive
ธันวาคม, 2009
พฤศจิกายน, 2009
ตุลาคม, 2009
กันยายน, 2009
สิงหาคม, 2009
กรกฎาคม, 2009
มิถุนายน, 2009
พฤษภาคม, 2009
เมษายน, 2009
มีนาคม, 2009

Hit Counter
5019329 ผู้เยี่ยมชม

Who's Online
ขณะนี้มี 106 บุคคลทั่วไป ออนไลน์



Your location: หนังข่าว
เผยโฉมทีมนักแสดงหนังไทยซีไรต์เรื่อง "ความสุขของกะทิ"   PDF  พิมพ์  ส่งเมล์ 
เขียนโดย Deknang  
จันทร์, 07 มกราคม 2008

...หลังจากมี "ภาพแรก" ของหนัง ออกมาให้ยลกันเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา (คลิกที่นี่)

...และแล้ว ล่าสุดก็ได้เวลาเผยโฉมหน้าทีมนักแสดงภาพยนตร์ไทยเรื่องใหม่ของค่ายใบโพธิ์อย่าง "ความสุขของกะทิ" ไปเมื่อเช้านี้ (7 ม.ค.) ในพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ที่สร้างจากบทประพันธ์รางวัลซีไรต์ของ "งามพรรณ เวชชาชีวะ" ณ วังสวนผักกาด ย่านพญาไท

...ทีมงานและนักแสดงหน้าใหม่-เก่ามากันเกือบครบทีม ใครเป็นใครไปดูกันครับ

...ตามฟอร์ม ต้องพาไปยลโฉม "หนูกะทิ" ที่เป็นตัวนำของเรื่องกันก่อนใคร ตามข่าวจากการคัดเลือกหนูน้อยทั่วประเทศจำนวนพันกว่าคนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในที่สุดทีมงานก็ตัดสินใจเลือก "น้องพลอย ภัสสร คงมีสุข" มารับบท "กะทิ" ด้วยรูปร่าง-หน้าตาคมขำ น่ารัก บุคลิกที่กล้าแสดงออก และความสามารถทางการแสดงที่เป็นธรรมชาติ

...ผู้กำกับใหม่ "เจนไวย์ ทองดีนอก" เผยถึงการคัดเลือก "หนูกะทิ" ในครั้งนี้ว่า

"เราใช้เวลาคัดเลือกอยู่นานหลายเดือนเลยครับ เพราะมีคนสนใจสมัครเข้ามาเป็นพันกว่าคนทั้งทางจดหมาย, อีเมล แล้วก็มีที่เข้ามาสมัครด้วยตัวเองด้วย มีน้อง ๆ ที่เข้าทางเหมาะสมกับบทนี้อยู่หลายคนทีเดียว ทางทีมงานก็จะร่วมคัดเลือกกับคุณงามพรรณเจ้าของเรื่องด้วย เพื่อให้ได้ผู้แสดงที่มีคาแร็คเตอร์ที่ตรงกันจริง ๆ ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้เลือกน้องพลอยมารับบทนี้ เพราะความน่ารักสดใส ทั้งบุคลิกและหน้าตา เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญน้องเค้ามีความสามารถทางการแสดงด้วย เพราะบทนี้จะเป็นบทที่ค่อนข้างยาก แต่น้องพลอยก็สามารถแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เราเชื่อตามไปได้ โดยที่ยังคงความเป็นเด็กใส ๆ มีความเป็นตัวเองอยู่ เรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ทางการแสดงมากเลยครับ"

...ทางด้าน "คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ" ผู้ประพันธ์-ร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้ ได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือก "หนูน้อยกะทิ" ในครั้งนี้ด้วย เปิดเผยว่า

"พี่ก็ได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกตัวหนูน้อยกะทิด้วยนะคะ ทีมงานก็นำภาพและเทป casting มาให้ดูว่าความคิดเห็นและความรู้สึกของคนเขียนและฝ่ายแคสติ้งจะตรงกันมั้ย พี่ก็จะดูเทปและก็มี comment กลับไป ในเทปของน้องพลอยครั้งแรกที่เอามาดูมันไม่มีเสียง ก็เลยต้องเรียกกลับมาแสดงให้ดูอีกรอบ (หัวเราะ) ซึ่งตอนแรกที่พี่เห็นน้องพลอยเนี่ย น้องเค้าก็มีความโดดเด่นออกมาเลยนะคะ เล่นบทร้องไห้ได้ เป็นธรรมชาติด้วย ดูเป็นเด็กฉลาด ช่างซักถาม และมีความสามารถทางการแสดงมากเลยค่ะ ก็ดีใจนะคะที่ได้น้องเค้ามาแสดงเป็นกะทิ ก็หวังว่าคนดูจะชอบกันค่ะ"

...นอกจากนี้ "ความสุขของกะทิ" ยังได้นักแสดงรุ่นเก๋ามากฝีมือมาร่วมสร้างสีสันให้กับภาพยนตร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น รัชนก แสงชูโต มารับบทเป็น แม่ของกะทิ, จารุวรรณ ปัญโญภาส (รับบท ยาย), สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ (รับบท ตา), ไมเคิล เชาวนาศัย (รับบท ลุงตอง) และ เข็มอัปสร สิริสุขะ (ในบท น้าฎา) รวมถึงหน้าใหม่อีกคนอย่าง นิธิศ โค้วสกุล ที่มารับบท พี่ทอง อีกหนึ่งบทสำคัญที่มีความผูกพันกับกะทิเป็นอย่างมาก

..."ความสุขของกะทิ" ถือเป็นงานเปิดตัวครั้งแรกของผู้กำกับ "เจนไวย์ ทองดีนอก" และทีม "ภาพยนตร์ชูใจ" จะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันราวปลายเดือนมกราคมนี้ โดยจะมีโปรแกรมฉายอีกไม่นานเกินรอ

คาแร็คเตอร์

กะทิ (รับบทโดย น้องพลอย-ภัสสร คงมีสุข) - เด็กหญิงวัย 9 ปี ที่ผูกพันกับแม่ แม้จะแยกกันอยู่ตั้งแต่ 5 ขวบ เป็นเด็กช่างคิดกว่าวัย เพราะโตมากับตายาย นิสัยร่าเริงตามประสาเด็ก แต่มีโลกทัศน์ในเชิงบวก และกล้าหาญเมื่อถึงวันต้องตัดสินใจ

พี่ทอง (รับบทโดย ณัฐพนธ์ โค้วสกุล) - เด็กวัด วัย ๑๔ ปี ทองกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกะทิโดยไม่รู้ตัว เมื่อเขาได้ช่วยชีวิตกะทิไว้ในวันฝนตก ทองมีนิสัยชอบช่วยผู้อื่นโดยธรรมชาติและโดยการอบรมของหลวงลุง เขารับกะทิเป็นน้องเล็กตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นเมื่อมารับบิณฑบาตกับหลวงตา และความรู้สึกนี้ไม่เคยแปรเปลี่ยนตามกาลเวลาเลย

แม่-ณภัทร (รับบทโดย รัชนก แสงชูโต) - ทนายสาว วัย ๓๗ ปี ล้มป่วยเมื่ออายุ ๓๓ หลังจากหย่าขาดจากสามี เธอจึงเลี้ยงลูกตามลำพังท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนที่คอยเป็นกำลังใจ เมื่อรู้ว่าไม่อาจดูแลลูก จึงฝากลูกไว้กับพ่อแม่ และใช้เวลาที่เหลือเตรียมทุกสิ่งไว้ให้ลูกก่อนก่อนตัวเองต้องจากไป ความรักเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในชีวิตของณภัทร และลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อชีวิตใกล้มอดดับ

ตา (รับบทโดย สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์) - พิทักษ์ อดีตทนายนักเรียนนอก วัย ๖๗ ปี ที่หันหลังให้กับชีวิตเมืองกรุง และย้ายกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในอยุธยา กับภรรยา และ "กะทิ" หลานสาว ที่ "ณภัทร" ลูกสาวคนเดียวฝากไว้ในความดูแล ชีวิตบั้นปลายของพิทักษ์จึงมีสีเข้มขึ้นกว่าที่เจ้าตัวคิดไว้ และทุกนาทีมีค่าเมื่อต้องประคับประคองชีวิตหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นให้ออกก้าวเดิน

ยาย (รับบทโดย จารุวรรณ ปัญโญภาส) - ลัดดา อดีตเลขานายใหญ่โรงแรมห้าดาว วัย ๖๔ ปี ยายของ "กะทิ" ที่พอใจกับชีวิตเรียบง่าย รอยยิ้มของลัดดาหายไปเมื่อรับรู้ว่าลูกสาวคนเดียวมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน และภาระความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูหลานชวนให้ต้องใช้สติในการตัดสินใจ

ลุงตอง (รับบทโดย ไมเคิล เชาวนาศัย) - ลุงตอง ลุงของกะทิ วัย ๓๙ ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องของ "ณภัทร" แม่ของกะทิ โดยนิสัยเป็นคนใจดี รักพี่น้องและพวกพ้องมาก ผูกพันกับณภัทรมาตั้งแต่เล็ก เป็นคนมีอารมณ์ขันหยิกแกมหยอก แต่ลุงตองมีสายตาแหลมคมและมองโลกในมุมปรัชญาเสมอ

น้าฎา-ชฎา (รับบทโดย เข็มอัปสร สิริสุขะ) - หญิงสาววัย ๒๗ ปี เป็นเลขาฯ ให้ณภัทรและกลายเป็นมือขวาในทุกเรื่องให้เธอจนถึงวาระสุดท้าย หัวใจเธอสลายเมื่อรู้ว่าณภัทรป่วยหนัก แต่ก็เป็นเวลาที่ทำให้เธอได้รู้จักความเข้มแข็ง ความเสียสละ และรักแท้ที่แม่มีให้ลูก เธอไม่อาจห้ามใจผูกพันกับเพื่อนรุ่นน้องของณภัทรได้ และรู้ว่ามีโอกาสน้อยเหลือเกินที่เขาจะมองมา แต่นั่นก็เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอที่ได้ใกล้ชิดเขาในช่วงเวลาหนึ่ง

เรื่องย่อ "ความสุขของกะทิ" (โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ)

...เด็กหญิงกะทิ อายุ ๙ ปีอาศัยอยู่บ้านทรงไทยริมคลองที่อยุธยากับตาและยาย

...ทุกวันเธอตื่นแต่เช้า คดข้าวใส่ขันและไปใส่บาตรกับตาที่ท่าน้ำหน้าบ้าน หลวงลุงนั่งเรือมารับบาตรและมีเด็กวัดที่เป็นหลานชื่อ ทอง พายเรือมาให้ กะทิซ้อนท้ายจักรยานตาไปขึ้นรถสองแถวที่หน้าปากซอยเพื่อไปโรงเรียน เธอมีปิ่นโตใส่อาหารกลางวันที่ยายเตรียมให้ไปโรงเรียนด้วย

...กะทิมีความสุขดีในบ้านหลังน้อยที่ล้อมรอบด้วยไม้ไทย ในวันว่างตาชวนกะทิพายเรือไปเที่ยวเล่นในทุ่งและไปจนถึงศาลาริมน้ำใต้ต้นก้ามปู ตาเคยเป็นทนายมีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ เมื่อเกษียณแล้วจึงย้ายกลับมาบ้านเกิด บูรณะบ้านไทยและใช้ชีวิตบั้นปลายช่วยเหลือผู้คนในท้องถิ่น ยายเคยทำงานเป็นเลขานุการนายใหญ่โรงแรมห้าดาวและเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นกัน กะทิมีพี่ทองเป็นเพื่อนเล่น ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแม้ว่าไม่สมบูรณ์ครบถ้วนอย่างที่ควรจะเป็น

...กะทิจำแม่ได้เพียงลาง ๆ ตายายไม่พูดถึงแม่ ในบ้านไม่มีรูปถ่ายแม่ กะทิคิดถึงแม่ทุกวัน อยากพบหน้า อยากให้แม่มารับที่โรงเรียน กะทิอธิษฐานทุกวันให้ฝันเป็นจริง แล้ววันหนึ่งยายก็ถามกะทิว่า

"กะทิ อยากไปหาแม่ไหมลูก"

...เพียงเท่านี้การเดินทางของกะทิก็เริ่มขึ้น ตายายบอกกะทิว่าแม่ป่วยและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านชายทะเล ชฏาหรือน้าฏา เลขาฯ ของแม่ ขับรถมารับ อาการของแม่หนักแล้วและตั้งใจให้กะทิมาใช้เวลาช่วงสุดท้ายด้วยกัน โรคของแม่คือเอแอลเอส กล้ามเนื้อจะอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ จนช่วยตัวเองไม่ได้และถึงขั้นหายใจเองไม่ได้ แม่ไม่ยอมใช้เครื่องช่วยหายใจเพราะจะทำให้พูดไม่ได้ แม่เลือกที่จะทอนเวลาชีวิตลงแต่อยู่อย่างมีคุณภาพ

...กะทิได้รู้ว่าแม่ตัดสินใจฝากกะทิไว้กับตายายเมื่อรู้ว่าไม่สามารถดูแลกะทิได้เอง เหตุการณ์ที่ทำให้แม่ตัดสินใจคือเมื่อกะทิอายุ ๒ ขวบ แม่พากะทิไปพายเรือเล่นจนถึงศาลาริมน้ำ แต่เกิดพายุและกลับบ้านไม่ทัน กะทินั่งอยู่ในเรือและเรือหลุดจากเสาที่ผูกไว้โดยที่แม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย วันนั้นโชคดีที่ทองเด็กวัดตามมาหาเพื่อนเล่นจึงช่วยกะทิกับแม่ไว้ได้ กะทิอยู่กับตายายนับจากวันนั้นและเมื่อรู้เหตุผลจากปากของแม่ก็เข้าใจ

...แม่จากไปอย่างสงบและฝากให้เพื่อนของแม่ชื่อ กันต์ และลูกพี่ลูกน้องชื่อ ตอง เป็นคนพากะทิกลับไปที่คอนโดกลางกรุงเพื่อพบกับส่วนหนึ่งของชีวิตแม่

...กะทิจึงเดินทางอีกครั้งและมาถึงคอนโดที่กะทิเคยอยู่กับแม่ก่อนจะพลัดพรากกัน ที่นี่มีห้องหนึ่งที่แม่จัดเก็บเอกสารเรื่องราวชีวิตของตัวเองไว้ ลุงตองเป็นคนพากะทิไปเปิดตู้เอกสารและทำให้กะทิพบว่าพ่อของกะทิชื่อ แอนโทนี ซัมเมอร์ ชาวพม่าที่ไปเติบโตที่อังกฤษ

...แม่พบพ่อเมื่อไปเรียนต่อและทำงานที่นั่น ทั้งสองรักและแต่งงานกัน แต่แม่ได้งานใหญ่ที่ฮ่องกงทำให้ต้องแยกกันอยู่ ไม่นานแม่ก็รู้ว่าคนรักเก่าของพ่อตามมาพบกันและแม่ตัดสินใจให้คนทั้งสองสมหวัง แม่เลือกเดินทางกลับมาอยู่กรุงเทพฯ และพบว่าตัวเองตั้งท้อง

...แม่เตรียมจดหมายไว้ให้กะทิส่งถึงพ่อและสั่งไว้ว่าให้กะทิตัดสินใจเองว่าจะส่งหรือไม่ บทสุดท้ายของหนังสือทำให้รู้ว่ากะทิเลือกและพอใจที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายกับตายายที่บ้านริมคลองสืบไป

ข้อมูลสังเขป หนัง-หนังสือ

"ความสุขของกะทิ"(หนังสือรางวัลซีไรต์ปี ๒๕๔๙ โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ)

..."ความสุขของกะทิ" เป็นนวนิยายขนาดสั้น เล่าเรื่องราวของกะทิ เด็กหญิงวัย ๙ ขวบ ที่ต้องผ่านประสบการณ์การสูญเสียครั้งสำคัญที่สุด เมื่อแม่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร กะทิได้ผ่านขั้นตอนความสุขและทุกข์ ความผูกพันและการพลัดพราก ความสมหวังและความสูญเสีย ถึงกระนั้นกะทิได้เรียนรู้ว่าความทุกข์จากการสูญเสียไม่อาจพรากความสุขจากความรักและความผูกพันของแม่กับเธอได้ เด็กน้อยเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นี้ด้วยความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไปจากบุคคลใกล้ชิด...ผู้ที่เธอรักและรักเธอ

"ความสุขของกะทิ เป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์องค์ประกอบอย่างหมดจดงดงาม สื่อแนวคิดซึ่งเป็นที่เข้าใจได้สำหรับคนอ่านหลากหลายไม่ว่าอยู่ในวัยและวัฒนธรรมใด เสน่ห์ของนวนิยายเรื่องนี้อยู่ที่กลวิธีการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ เผยปมปัญหาทีละน้อย ๆ ผ่านมุมมองของตัวละครเอก ด้วยภาษารื่นรมย์แฝงอารมณ์ขัน สอดแทรกความเข้าใจชีวิตที่ตัวละครได้เรียนรู้ไปตามประสบการณ์ ความสะเทือนอารมณ์จะค่อยๆ พัฒนาและดิ่งลึกในห้วงนึกคิดของผู้อ่าน นำพาให้ผู้อ่านอิ่มเอมกับรสแห่งความโศกอันเกษมที่ได้สัมผัสประสบการณ์ของชีวิตเล็ก ๆ ของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง" (คำประกาศของคณะกรรมการตัดสินรางวัลซีไรต์ พ.ศ. ๒๕๔๙)

...ปัจจุบันหนังสือเรื่อง "ความสุขของกะทิ" อนุญาตลิขสิทธิ์เพื่อแปลและจำหน่ายใน ๙ ประเทศ คือ อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน อิตาลี และฝรั่งเศส

เมื่อ "กะทิ" กลายเป็น "หนัง" โดย ภาพยนตร์ชูใจ

...ด้วยยอดจำหน่ายกว่าสองแสนเล่ม ทำให้ ความสุขของกะทิ เป็นหนังสือที่มีจำนวนผู้อ่านมากเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย ผู้อ่านส่วนใหญ่รักและผูกพันกับเด็กหญิงกะทิตัวเอกของเรื่อง จึงได้เวลาที่จะเสนอหนังสือเล่มนี้ในรูปแบบภาพยนตร์เพื่อความประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่ง ความรักและความผูกพันอันเป็นสายใยในครอบครัวเล็ก ๆ ริมคลองในอยุธยาที่แฝงปรัชญาการใช้ชีวิตเรียบง่ายให้มีความสุข แม้จะมีความสูญเสียเกิดขึ้น เหมาะที่จะให้ความบันเทิงที่เรียกเสียงหัวเราะและน้ำตาได้จากคนทุกเพศทุกวัย รวมทั้งเปี่ยมด้วยความเป็นไทยอันโดดเด่น ที่ทำให้พร้อมสู่ตลาดอินเตอร์อีกด้วย

ภาพยนตร์ชูใจ

..."ภาพยนตร์ชูใจ" คือกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม คลุกคลี และคร่ำหวอดในแขนงงานต่าง ๆ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่ต่างผ่านโมงยามในการเรียนรู้ หลงใหล ในเสน่ห์ของภาพยนตร์ในฐานะคนรักหนังมาแรมปี โดยหวังไว้สักวันหนึ่งว่าจะได้มีโอกาสถ่ายทอดความคิด ผลักดันไอเดียที่แล่นผ่านเข้ามาในชีวิต ออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ที่มุ่งสื่อสารกับผู้คนกลุ่มใหญ่

...และในวันนี้ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในนามของกลุ่มภาพยนตร์ชูใจกำลังจะถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ได้รับเกียรติจากนวนิยายเรื่อง "ความสุขของกะทิ" วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือรางวัลซีไรต์ ปี ๒๕๔๙ มาสร้างเป็นผลงานภาพยนตร์เปิดตัวเรื่องแรก เนื่องจากเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาดีตรงตามแนวทางของกลุ่มที่เน้นการสร้างภาพยนตร์ที่ช่วยเชิดชูยกระดับจิตใจและสร้างสรรค์สังคม โดย “ความสุขของกะทิ” เป็นหนังสือที่มีการขมวดปมทางอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างความประทับใจ อบอุ่นอบอวลให้กับแฟนหนังสือได้อย่างลงตัวที่สุด

...และนอกจากนี้ทางภาพยนตร์ชูใจยังได้รับเกียรติอย่างสูงจาก คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ในการถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหญิงกะทิผ่านบทภาพยนตร์ร่วมกับผู้กำกับ คุณเจนไวย์ ทองดีนอก เป็นครั้งแรกอีกด้วย และยังมี ๒ สาวเก่งผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ไทยอย่าง คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ และ คุณสุฐิตา เรืองรองหิรัญญา รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์

ร่วมคั้นกะทิได้ที่นี่

*****************



Copyright 2004 | deknang | All rights reserved.
Mambo Open Source is Free Software released under the GNU/GPL License