อังคาร, 17 พฤศจิกายน 2009
...เคยนำเสนอข่าวแรกของภาคต่อหนังไทยอิงประวัติศาสตรเรื่องดังอย่าง "บางระจัน 2" ไว้เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา (คลิกที่นี่) ซึ่ง ณ ขณะนี้ ผู้กำกับ "ปี๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล" ยังคงนำทีมเร่งเครื่องเดินหน้าถ่ายทำอยู่ที่ จ. สระบุรี ซึ่งเป็นโลเกชั่นหลักของเรื่องกันอย่างคร่ำเคร่ง เพื่อเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมยักษ์ของ "หนังไทยปี 53" นั่นเอง (แก้ไขข้อมูลโลเกชั่น-22 พ.ย.)
...ล่าสุด ผู้กำกับฯ และต้นสังกัดได้ปล่อย "ภาพนิ่งสุดสวยชุดแรก" ออกมาให้ยลโฉมกันแล้ว พร้อมเซอร์ไพร้ส์เล็กๆ ด้วย "หนึ่งดาราหน้าใหม่" ที่มาเปิดซิงเล่นหนังครั้งแรกอย่าง "ภราดร ศรีชาพันธุ์" กับ "หนึ่งนักแสดงมือเก๋า" ที่มาทีไรเป็นได้ขโมยซีนทุกทีอย่าง "ฉัตรชัย เปล่งพานิช" ซึ่งทั้งคู่จะมาในบทบาทของ "นายมั่น" และ "พระยาสิงหราช" (ตามลำดับ) ที่ถูกเขียนเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่เพื่อสีสันความสนุกของเรื่องนั่นเอง




"ในเรื่องผมรับบทเป็น 'นายมั่น' ครับ เป็นหัวหน้าของกลุ่มชาวบ้านชุมเขานางบวช มีคาแร็คเตอร์เป็นคนตรงๆ นิ่งๆ ไม่ค่อยพูด แต่จะเก่งทางด้านเชิงรบ วันนี้ก็เป็นการเข้าฉากหนังเรื่อง 'บางระจัน 2' เป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นมาก ในฉากต้องวิ่งติดตามกองทัพของข้าศึก โดยมีกลุ่มเพื่อนพ้องนักรบชาวบ้านติดตามไปด้วย ยังไงก็อย่าลืมติตามชมกันนะครับกับหนังเรื่อง 'บางระจัน 2' ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นถึงความรักชาติของนักรบสมัยก่อน ที่ต้องหยิบดาบต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อและจิตใจ" บอล ภราดร พูดถึงบทบาทของเขา


"ในเรื่องรับบทเป็น 'พระยาสิงหราช' เป็นแม่ทัพที่แตกทัพก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีทัพของพระยาสิงหราชรวมอยู่ด้วย จึงได้พากันหนีแตกกระซ่านกระเซ็น ไปเรื่อยๆ จนมาเจอกับกลุ่มนักรบผ้าประเจียด เลยมารวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับทหารพม่า ซึ่งในวันนี้เป็นการเข้าฉากครั้งแรก เป็นฉากเปิดตัวพระยาสิงหราชเลยก็ว่าได้ โดยฉากในวันนี้เป็นการอยู่ป่าเพื่อรอเวลากลับกรุงศรีฯ ท่ามกลางความหิวโหยและอดอยาก พอมีลูกทัพแจ้งมาว่าไปเจอกองเสบียงของทหารพม่าเดินทางผ่านมา จึงคิดโจมตีเพื่อแย่งชิงอาหาร โดยมีกลุ่มนักรบผ้าประเจียดเข้ารวมเพื่อช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย โดยฉากเหตุการณ์ในวันนี้ถือจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ต่อไปอีกมากมาย" นก ฉัตรชัย เผยถึงบทบาทใหม่ของเขา
...นอกจากนักแสดง 2 คนที่เอ่ยถึงไปด้านบนแล้ว หนังภาคต่อที่มีพล็อตหลักอยู่ที่ "พระอาจารย์ธรรมโชติ" ที่ลุกขึ้นมารวมพลชาวบ้านบางระจันเพื่อสู้ศึกกับกองทัพพม่าอีกครั้งอย่างหาญกล้าเรื่องนี้ ยังได้นักแสดงทีมเก่าอย่าง เมฆ-วินัย ไกรบุตร, บิณฑ์ บันลือฤทธิ์, หนุ่ม-จรัล งามดี, ชุมพร เทพพิทักษ์ และทีมใหม่อย่าง ภูริ หิรัญพฤกษ์, จ่าอากาศโทวีรยุทธิ์ นานช้า (บ่าววี), หนุ่ม-คงกะพัน แสงสุริยะ, หยวน-นิธิชัย ยศอมรสุนทร, แอนดี้-วัชระ ตังคะประเสริฐ, ต๊อบ-ชัยวัฒน์ ทองแสง ฯลฯ มาปะทะฝีมือการแสดง, กล้าม และพุงกันอย่างล้นจอเลยทีเดียว
...ติดตามความคืบหน้าของ "บางระจัน 2" กันต่อไป
เรื่องย่อ
...ภายหลังวีรกรรมของ "กลุ่มนักรบบ้านระจัน" ที่ร่วมกันต่อสู้กับกองทัพพม่าจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต แม้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่เรื่องราวของพวกเขากลับกลายเป็นตำนานแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง ปลุกให้ชาวบ้านผู้กล้าอีกหลายคนทิ้งจอบ เสียมมาจับดาบสู้กับพม่า หลายหมู่บ้านลุกขึ้นต่อต้านการรุกรานจากพม่าด้วยกำลังอันน้อยนิด
...แม้ว่าอยุธยาเมืองหลวงจะอ่อนแอจากความแตกแยก แต่ชาวบ้านตัวเล็กๆ กลับพยายามยืนยัดต่อสู้เพื่อผืนแผ่นดินบ้านเกิด ทำให้การเคลื่อนทัพของพม่าเต็มไปด้วยอุปสรรค โดยการนำของ "พระอาจารย์ธรรมโชติ" กลุ่มผู้กล้าชุมเขานางบวชรวมตัวกันขึ้นมาเป็นนักรบผ้าประเจียด คอยซุ่มโจมตี และปล้นสะดมกองทัพพม่าเพื่อปลดปล่อยเชลยคนไทยหลายร้อยคน
...จากที่เคยเป็นเสี้ยนหนามเล็กๆ นอกสายตา "สุกี้" แม่ทัพพม่าประกาศล่าหัว "กลุ่มนักรบผ้าประเจียด" แม้ว่าต้องฆ่าคนไทยจนหมดทุกหมู่บ้านก็ตาม ทหารพม่าเริ่มไล่ฆ่าชาวบ้านทุกคนเพื่อบีบให้นักรบผ้าประเจียดยอมมอบตัว แม้ว่าชาวบ้านบางคนจะยอมสละแม้กระทั้งชีวิตก็ไม่ยอมเผยความลับ แต่ก็มีบางคนเพียงแค่เงินทอง และลาภยศก็เปิดปากมันได้ สุกี้นำทัพเข้าปิดล้อมที่ซ่อนของกองทัพนักรบผ้าประเจียดได้ในที่สุด
...ไม่มีความช่วยเหลือจากอยุธยา และไม่มีปาฏิหาริย์จากฟ้า เลือดของคนไทยจะไหลนองพื้นแผ่นดินเกิดอีกครั้ง กลุ่มกำลังนักรบผ้าประเจียดเพียงไม่กี่ร้อย ยกดาบขึ้นโห่ร้องก่อนเข้าประจันบานกองทัพนับพันของพม่า
...วันนี้ตำนานบ้านระจันกำลังจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวิญญาณและเลือดเนื้อของคนไทย เสียงประดาบและเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง นี่คืออีกตำนานการต่อสู้เพื่อจะบอกคนไทยทุกคนว่า...
"ดินทุกก้อน ต้นไม้ทุกต้น สายน้ำทุกสาย หล่อหลอมขึ้นมาจากเลือดและเนื้อของคนไทย จงรักษามันไว้ให้ดี"
|